ข้าวหอมมะลิแท้ โรงสีร้อยเอ็ดชัยประเสริฐ Thai jasmine rice





ข้าวหอมมะลิแท้ โรงสีร้อยเอ็ดชัยประเสริฐ Thai Jasmine Rice


          ข้าวที่วางขายโดยทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวแบบแพ็คถุง 5 กิโลกรัม แม้จะปรากฏคำว่าข้าวหอมบนฉลากถุง อาจทำให้เข้าใจว่านั่นคือข้าวหอมมะลิ แต่จริง ๆ แล้ว “ข้าวหอม” และ “ข้าวหอมมะลิ” มีความแตกต่างกัน ดังนี้

“ข้าวหอมมะลิ”


          เป็นสุดยอดของข้าวไทย มีถิ่นกำเนิดสายพันธุ์จากประเทศไทย และเป็นที่ต้องการของผู้นิยมบริโภคข้าวทั่วโลก ในชื่อ Jasmine Rice มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คล้ายกลิ่นใบเตย เวลาเคี้ยวเมล็ดข้าวจะนุ่มหอมอร่อยมากกว่าข้าวอื่นๆ ลักษณะเมล็ดจะเรียวยาว สวยงาม สีขาวหรือครีมอ่อนๆ มีการพัฒนาจนได้สายพันธ์ที่แข็งแรง ให้ผลผลิตที่ดีมีกลิ่นหอม เม็ดยาวสวย ที่สำคัญข้าวหอมมะลิจริงๆ จะเป็นข้าวนาปี กล่าวคือ ปลูกได้เพียงปีละครั้ง และเติบโตได้ดีในที่ดอน หรือพื้นที่แถบอีสานตอนใต้ หรือภาคเหนือ



“ข้าวหอม”


          หมายถึง ข้าวขาวทั่วไปที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ แต่มีกลิ่นหอมที่ใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิ ส่วนใหญ่หมายถึง ข้าวพันธุ์หอมปทุม หรือ ข้าวปทุมธานี 1 ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่พัฒนาให้มีความหอมอร่อยใกล้เคียงข้าวหอมมะลิ และที่สำคัญคือ ข้าวหอมเป็นข้าวที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี บางครั้งที่ฝนฟ้าอำนวยอาจให้ผลผลิตได้ถึง 3 รอบต่อปีเลยทีเดียว

          ข้าวหอมมะลิในปัจจุบัน ที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายคือพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 และ พันธุ์ กข.15 แต่ด้วยข้อจำกัดของข้าวหอมมะลิ ที่ปลูกได้โดยค่อนข้างอิงตามสภาพฤดูกาล ทำให้ปลูกได้ปีละครั้ง และได้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 30-40 ถังต่อไร่ ในขณะที่ข้าวพันธ์ปทุมธานี 1 ให้ผลผลิตที่ 80-100 ถังต่อไร่ และปลูกได้หลายครั้งต่อปี ปลูกได้ดีในที่ลุ่มในภาคกลาง ทางรัฐบาลจึงส่งเสริมให้ชาวนา เน้นการปลูกข้าวพันธุ์ ปทุมธานี 1 มากกว่า ทำให้ป็นที่นิยมมากขึ้นในระยะหลัง ดังนั้นข้าวหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 แม้ว่าจะมีความหอมคล้ายข้าวหอมมะลิ แต่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ

          ความหอมของข้าวหอมมะลิ มาจากสารที่ชื่อว่า 2-acetyl-1-pyroline ที่มีอยู่ในตัวข้าว เป็นสารระเหยง่ายเมื่อถูกความร้อน การเก็บข้าวหอม จึงควรเก็บในที่อุณหภูมิ และความชื้นต่ำ การรักษาความชื้นต้องไม่ผ่านกระบวนการที่อุณหภูมิสูงนัก เพื่อไม่ให้หมดกลิ่นหอม แต่แม้จะเก็บนานจนกลิ่นหอมจางลง (ประมาณ 5-6 เดือน) แต่ความนุ่มอร่อยก็ไม่แตกต่างกับข้าวหอมมะลิใหม่

          ยิ่งไปกว่านั้นข้าวหอมมะลิบางยี่ห้อ มักต่อท้ายว่าข้าวจาก “ทุ่งกุลาร้องไห้” เพราะบริเวณดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร และมหาสารคาม ซึ่งมีดินเพาะปลูกเป็นดินทรายทำให้ข้าวหอมมะลิที่ได้มีรสชาติหอม อร่อย 

          ดังนั้น ข้าวถุงที่มีระบุที่หน้าซองว่า “ข้าวหอม” นั้น อาจจะไม่ใช่ข้าวหอมมะลิเสมอไป หากอยากกินข้าวหอมมะลิ อาจต้องเจาะจงคำว่า “ข้าวหอมมะลิ 100%” จึงจะมั่นใจได้ว่าเป็นข้าวหอมมะลิแท้จริง

          อย่างไรก็ตามข้าวหอมมะลิจากแหล่งปลูกที่อื่นก็ไม่แตกต่างกับทุ่งกุลาร้องไห้เท่าไรนัก แต่ประเด็นสำคัญต้องรวมไปถึงขบวนการสี และจัดเก็บที่มีคุณภาพมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของข้าวด้วย

          วิธีดูข้าวหอมมะลิแท้ โดยดูจากลักษณะ “เมล็ดข้าวเปลือก” ทั้งลักษณะสีของเปลือก ขนาด และรูปทรงเมล็ดข้าวเปลือก จะลักษณะพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ บ่งชี้ได้ว่าเป็นข้าวหอมอะไร (ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ) ตัวอย่างดังนี้

– ข้าวหอมมะลิ 105 มีจุกหางแยกออกชัดเจน

– ข้าวหอมมะลิ กข.15 ที่จุกหางมีลักษณะงอนขึ้นมากกว่า และเมล็ดจะกว้างกว่า

– ข้าวหอมปทุม 105 จะมีลักษณะคล้ายกับ หอมมะลิ 105 ต่างกันที่จุกหางจะแยกน้อยกว่า













ข้าวธัญพืช 500 กรัม ผลิตสดใหม่ด้วยเทคนิคพิเศษ รับประกันความอร่อย ไม่เหม็นหืน วัตถุดิบเกรด Premium ข้าวออแกนิค ข้าวหอมมะลิ

ข้าวธัญพืช 500 กรัม ผลิตสดใหม่ด้วยเทคนิคพิเศษ รับประกันความอร่อย ไม่เหม็นหืน วัตถุดิบเกรด Premium ข้าวออแกนิค ข้าวหอมมะลิ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

@templatesyard